nfc-bkk-slide-01
nfc-bkk-slide-02
nfc-bkk-slide-03
nfc-bkk-slide-04
nfc-bkk-slide-05
nfc-bkk-slide-06
nfc-bkk-slide-07
วิสัยทัศน์ 2018-05-18T16:58:59+00:00

วิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์สภาเกษตรกรแห่งชาติ : สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นสถาบันของเกษตรกร มุ่งสร้างความเป็นธรรมและมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วิสัยทัศน์สภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร : พัฒนาการเกษตรของกรุงเทพมหานครให้เป็นแหล่งผลิตสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพดี มีความเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

คำขวัญ : สภาเกษตรกรแห่งชาติ ยึดมั่นปรัชญาฯ พัฒนาเกษตรไทย

พระบรมราโชวาท ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริมานานหลายปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการกล่าวถึงและปฏิบัติ ตามอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นแนวคิดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของ สังคมไทยซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรมมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ พระองค์ทรงมีแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้“การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้นต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานความมั่นคง พร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขึ้นสูงโดยลำดับต่อไป”

          ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (2543: 2) ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือความสามารถในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน กำหนดความเป็นอยู่อย่างประมาณตนตาม ฐานะตามอัตภาพ และที่สำคัญไม่หลงใหลไปตามกระแสของวัตถุนิยม มีอิสรภาพ เสรีภาพ ไม่พันธนาการอยู่กับสิ่งใด หากกล่าวโดยสรุปคือหันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ พอเพียง จึงเป็นพื้นฐานของความมั่นคงในการดำรงชีวิต ที่ส่งผลให้สามารถ พึ่งตนเองได้ หลักการพึ่งตนเอง อาจจะแยกแยะโดยยึดหลักสำคัญอยู่ 5 ประการ คือ

          1. การพึ่งตนเองทางด้านจิตใจ หมายถึง คนที่สมบูรณ์พร้อมต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตสำนึกว่าตนนั้นสามารถพึ่งตนเองได้และสามารถสร้างพลังผลักดันให้ตนเองมี ภาวะจิตใจที่จะ ต่อสู้ชีวิตด้วยความสุจริตแม้อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จบ้างก็ตาม ไม่ท้อแท้แต่คงพยายามต่อไป ได้แก่ มีความหนักแน่นมั่นคงในสุจริตธรรมมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้จนสำเร็จมีวิธีการในการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ

          2. การพึ่งตนเองทางด้านสังคม หมายถึงสามารถเสริมสร้างให้ชุมชนในท้องถิ่นของ ตนเองเกิดความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกันและนำความรู้ที่ได้รับมาถ่ายทอด และเผยแพร่ให้ชุมชน ของตนได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน ได้แก่ การทำงานร่วมกับบุคคลอื่นได้เป็นอย่างดี ไม่มีความขัดแย้งกันในกลุ่ม

          3. การพึ่งตนเองทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึงสามารถส่งเสริมให้มีการนำ ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ได้แก่ การนำทรัพยากรธรรมชาติ หรือวัสดุในท้องถิ่นที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) ได้อย่างเหมาะสม และเกิดการพัฒนาประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น

          4 .การพึ่งตนเองทางด้านเทคโนโลยี หมายถึงสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและสังคม ได้แก่ สามารถปฏิบัติตนให้มีวิถีชีวิตอย่างเหมาะสมกับ ลักษณะเทคโนโลยีที่มีอยู่ในท้องถิ่น

          5. การพึ่งตนเองทางด้านเศรษฐกิจ หมายถึงสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองในระดับ เบื้องต้น ได้แก่ แม้ไม่มีเงินก็ยังมีข้าว ปลา ผัก ผลไม้ ในท้องถิ่นของตนเองเพื่อการยังชีพและ สามารถนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้

          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ได้กล่าวถึงเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” แก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพรชัย มงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต สรุป สาระสำคัญของ “เศรษฐกิจพอเพียง” จากพระราชดำรัสนี้มีว่า

          “…การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญสำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกินแบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเอง……ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวจะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไปแต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควรบางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนักอย่างนี้ท่านนักเศรษฐกิจต่างๆ ก็มาบอกว่าล้าสมัยจริงอาจจะล้าสมัยคนอื่นเขาต้องมีการเศรษฐกิจที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียกว่า เป็นเศรษฐกิจการค้าไม่ใช่เศรษฐกิจความพอเพียงเลยรู้สึกว่าไม่หรูหราแต่เมืองไทยเป็นประเทศที่มีบุญอยู่ว่า ผลิตให้พอเพียงได้…”

          เศรษฐกิจ พอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนใน ทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึง ความจำเป็นที่จะต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและ ภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการ ต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐาน จิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกใน คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี